เวกเตอร์ ม.5 สรุปทุกเนื้อหา พร้อมโจทย์ วิธีทำ และคลิปติวฟรี!

ถ้าพูดถึง “เวกเตอร์” น้อง ๆ บางคนอาจจะคุ้นชื่อนี้จากวิชาฟิสิกส์ แต่ทุกคนรู้ไหมว่า เราจะได้เจอเวกเตอร์ในเนื้อหาวิชาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย ด้วยน้าาา ซึ่งเวกเตอร์ในวิชาคณิตศาสตร์จะมีทฤษฎีบท สูตร และเนื้อหาอะไรที่เราต้องรู้บ้าง วันนี้พี่มาช่วยตอบทุกคำถามที่น้อง ๆ อยากรู้และอาจจะสงสัยให้แล้วในบทความนี้ แถมยังมีตัวอย่่างโจทย์ให้ทุกคนได้ฝึกทำพร้อมเฉลยละเอียดให้ด้วย ถ้าทุกคนพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลยยย

เวกเตอร์

รวมเนื้อหาเวกเตอร์ ม.5

เวกเตอร์และสมบัติของเวกเตอร์

น้อง ๆ บางคนอาจคุ้นเคยกับปริมาณที่บ่งบอกขนาดต่าง ๆ เช่น ความยาว ระยะทาง ปริมาตร มวล อุณหภูมิ เป็นต้น เพื่อบอกความมากหรือน้อยของสิ่งนั้น ดังตัวอย่างประโยคเหล่านี้ในชีวิตประจำวันของน้อง ๆ

น้อง ๆ อาจเคยถามแม่ค้าว่า…

“แม่ค้าคะ มีไม้บรรทัดยาว 100 เซนติเมตรขายไหมคะ”

อาจเคยได้ยินเพื่อนบ่นว่า…

“วันนี้อากาศร้อนมากเลย ในแอปพลิเคชันบอกว่าอุณหภูมิ 32 องศา แต่ Feels Like 35 องศาแน่ะ !!”

หรืออาจได้ยินแม่พูดว่า…

“แมวของแม่กินเก่งมาก แม่ต้องซื้ออาหารแมวถุงใหญ่สุดที่มีน้ำหนัก 20 กิโลกรัมทุกเดือนเลย”

การบอกปริมาณบางอย่างสามารถบอกเพียงขนาดอย่างเดียวได้ ดังประโยคข้างต้น แต่ปริมาณบางอย่างไม่สามารถทำได้ จะต้องบอกขนาดควบคู่กับการพิจารณาทิศทางด้วย อ่านเพียงเท่านี้อาจฟังดูประหลาดสำหรับน้อง ๆ บางคนที่ไม่คุ้นเคย แต่พี่จะลองยกตัวอย่างต่อไปนี้

น้อง ๆ อาจเคยได้ยินคนถามซินแสว่า…

“ซินแสคะ จากบ้านหนูเดินทางไปทางทิศเหนือประมาณ 500 เมตรก็จะถึงแม่น้ำ ทำเลบ้านหนูดีไหมคะ”

หรือเคยได้ยินคนพากย์เรือยาวว่า…

“เรือยาวลำนี้เคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยความเร่ง 4 เมตรต่อวินาทียกกำลังสองเลยทีเดียวครับบบ”

น้อง ๆ ที่เคยเรียนวิทยาศาสตร์มาแล้วบางคนอาจจะคุ้นเคยกับคำว่า “เวกเตอร์” มาบ้าง พี่จะขอสรุปความหมายของปริมาณทั้งสองแบบพร้อมทั้งชื่อเรียกไว้ดังนี้

ชนิดของปริมาณ

  • ปริมาณสเกลาร์ คือ มีขนาดเพียงอย่างเดียว เช่น มูลค่าของเงิน ระยะทาง ช่วงเวลา
  • ปริมาณเวกเตอร์ คือ มีทั้งขนาดและทิศทาง เช่น แรงผลัก ระยะกระจัด ความเร็ว

ปริมาณสเกลาร์สามารถเขียนแทนด้วยจำนวนจริงได้เลย แต่ปริมาณเวกเตอร์จะต้องมีส่วนของเส้นตรงและหัวลูกศรมา
ระบุทิศทางด้วย โดยความยาวของส่วนของเส้นตรงจะเป็นตัวบอกขนาดนั่นเอง โดยสัญลักษณ์ที่น้อง ๆ จะได้เจอใน
เวกเตอร์ มีดังนี้

สัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับเวกเตอร์

หลังจากที่เราทำความรู้จักสัญลักษณ์ซึ่งจะต้องเจอในบทนี้ พี่จะขออธิบายคำสำคัญ อย่างเช่น การขนานกันของเวกเตอร์ การเท่ากันของเวกเตอร์ และนิเสธของเวกเตอร์ให้น้อง ๆ เข้าใจอย่างง่าย ๆ ดังรูปด้านล่างนี้เลย

คำสำคัญเกี่ยวกับเวกเตอร์

การบวกเวกเตอร์

การบวกเวกเตอร์มีความแตกต่างกับการบวกของจำนวนทางคณิตศาสตร์ทั่วไป เพราะการบวกเวกเตอร์เราต้องคำนึงถึงทั้งขนาดและทิศทางของเวกเตอร์ด้วย

บทนิยาม

ให้ vec{u} และ vec{v} เป็นเวกเตอร์ใด ๆ เขียน vec{v} โดยให้จุดเริ่มต้นของ vec{v} อยู่ที่จุดสิ้นสุดของ vec{u} ผลบวกของ vec{u} และ vec{v} คือ เวกเตอร์ที่มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่จุดเริ่มต้นของ vec{u} และจุดสิ้นสุดอยู่ที่จุดสิ้นสุดของ vec{v}

นั่นคือ การบวกของ vec{u} และ vec{v} คือการนำหัวของ vec{v} ต่อที่หางของ vec{u} แล้วผลบวกของ vec{u} และ vec{v} จะมีหางอยู่ที่หางของ vec{u} และหัวอยู่ที่หัวของ vec{v} หรือเราสามารถเรียกว่าการบวกเวกเตอร์แบบหางต่อหัวนั่นเอง

ผลบวกของ vec{u} และ vec{v} เขียนแทนด้วย vec{u}+ vec{v}

ตัวอย่างที่ 1

จงหาเวกเตอร์ vec{u} + vec{v}

การบวกเวกเตอร์ ใน เวกเตอร์ ม.5

จากตัวอย่าง นำเวกเตอร์ vec{v} มาต่อกับเวกเตอร์ vec{u} ให้หางของเวกเตอร์ vec{v} ต่อที่หัวของเวกเตอร์ vec{u} แล้วเวกเตอร์ลัพธ์ vec{u}+ vec{v} จะลากจากหางของเวกเตอร์ vec{u} ไปที่หัวของเวกเตอร์ vec{v} ดังรูปข้างต้น

เวกเตอร์ศูนย์

บทนิยาม

เวกเตอร์ศูนย์ (zero vector) คือ เวกเตอร์ที่มีขนาดเป็นศูนย์

เวกเตอร์ศูนย์ เขียนแทนด้วย vec{0}

โดยทั่วไปเราจะไม่กล่าวถึงทิศทางของเวกเตอร์ศูนย์ แต่ถ้าต้องการกล่าวถึงมีข้อตกลงว่าจะระบุทิศทางของเวกเตอร์ศูนย์เป็นเช่นใดก็ได้

จากบทนิยามจะเห็นว่า สำหรับเวกเตอร์ vec{u} ใด ๆ vec{u}+vec{0}=vec{0}+vec{u}=vec{u} และ vec{u}+(-vec{u})=(-vec{u})+vec{u}=vec{0}

เวกเตอร์ศูนย์จะมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเวกเตอร์เป็นจุดเดียวกันนั่นเอง

สรุปสมบัติการบวกเวกเตอร์ ได้ดังนี้ vec{u}

ให้ vec{u} , vec{v} และ vec{w} เป็นเวกเตอร์ใด ๆ

1. vec{u}+vec{v} =vec{v}+vec{u}

2. (vec{u}+vec{v})+vec{w} =vec{u}+(vec{v}+vec{w})

3. vec{u}+vec{0}=vec{0}+vec{u}=vec{u}

4. vec{u}+(-vec{u})=(-vec{u})+vec{u}=vec{0}

การลบเวกเตอร์

หลังจากเรารู้จักการบวกเวกเตอร์และเวกเตอร์ศูนย์แล้ว ในหัวข้อนี้เราจะมาดูว่าการลบเวกเตอร์ มีหลักการหรือวิธีการที่เหมือนหรือแตกต่างจากการบวกเวกเตอร์ยังไง

บทนิยาม

ให้ vec{u} และ vec{v} เป็นเวกเตอร์ใด ๆ vec{u} ลบด้วย vec{v} เขียนแทนด้วย vec{u}-vec{v} คือผลบวกเวกเตอร์ของ vec{u} และนิเสธของ vec{v} นั่นคือ vec{u}-vec{v}=vec{u}+(-vec{v})

การลบเวกเตอร์สามารถหาได้จากการบวกด้วยนิเสธของเวกเตอร์ นั่นคือการบวกเวกเตอร์นั้นในทิศทางตรงกันข้าม โดยน้อง ๆ สามารถใช้การบวกแบบหางต่อหัวเช่นเดียวกันกับการบวกในหัวข้อก่อนหน้าเลย

ตัวอย่างที่ 2

จงหาเวกเตอร์ vec{u} - vec{v}

การลบเวกเตอร์ ใน เวกเตอร์ ม.5

จาก vec{u} และ vec{v} ที่กำหนดให้ เราจะหานิเสธของ vec{v} โดยที่มีขนาดเท่าเดิม แต่มีทิศทางตรงกันข้าม นั่นคือ -vec{v} จากนั้นนำ vec{u} มาบวกกับ -vec{v} แล้วจะได้เวกเตอร์ลัพธ์ที่ลากจากหางของ vec{u} ไปที่หัวของ -vec{v} และมีทิศทางดังรูปด้านบน

การคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์

ในการศึกษาหัวข้อนี้ เราจะใช้อักษร a, b, c, … แทนสเกลาร์ (จำนวนจริง)

บทนิยาม

ให้ a เป็นสเกลาร์ และ vec{u} เป็นเวกเตอร์ ผลคูณของ vec{u} กับสเกลาร์ a เป็นเวกเตอร์ เขียนแทนด้วย avec{u} โดยที่

  1. ถ้า a=0 แล้ว avec{u} =vec{0}
  2. ถ้า a>0 แล้ว avec{u} จะมีขนาด left |a right |left |vec{u} right | หน่วย และมีทิศทางเดียวกับ vec{u}
  3. ถ้า a<0 แล้ว avec{u} จะมีขนาด left |a right |left |vec{u} right| หน่วย แต่มีทิศทางตรงข้ามกับ vec{u}

หมายเหตุ

1. (-1)vec{u}=-vec{u}

2. ถ้า aneq 0 และ vec{u} ไม่ใช่เวกเตอร์ศูนย์ แล้ว avec{u} จะขนานกับ vec{u}

ตัวอย่างที่ 3

ให้ vec{u} เป็นเวกเตอร์ที่มีขนาด 4 หน่วย จงบรรยายลักษณะของเวกเตอร์ต่อไปนี้

  1. 4vec{u}
  2. -4vec{u}
  3. frac{1}{4}vec{u}
  4. -frac{1}{4}vec{u}
  1. เนื่องจาก 4>0 ดังนั้น 4vec{u} จะมีขนาดเป็นสี่เท่าของ vec{u} หรือมีขนาด 16 หน่วย และมีทิศทางเดียวกับ vec{u}
  2. เนื่องจาก -4<0 ดังนั้น -4vec{u} จะมีขนาดเป็นสี่เท่าของ vec{u} หรือมีขนาด 16 หน่วย แต่มีทิศทางตรงข้ามกับ vec{u}
  3. เนื่องจาก frac{1}{4}>0 ดังนั้น frac{1}{4}vec{u} จะมีขนาดเป็นหนึ่งในสี่ของ vec{u} หรือมีขนาด 1 หน่วย และมีทิศทางเดียวกับ vec{u}
  4. เนื่องจาก -frac{1}{4}<0 ดังนั้น -frac{1}{4}vec{u} จะมีขนาดเป็นหนึ่งในสี่ของ vec{u} หรือมีขนาด 1 หน่วย แต่มีทิศทางตรงข้ามกับ vec{u}

สรุปสมบัติการคูณเวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ ได้ดังนี้

ให้ a, b เป็นสเกลาร์ และ vec{u}, vec{v} เป็นเวกเตอร์

  1. 1vec{u}=vec{u}
  2. a(vec{u}+vec{v})=avec{u}+avec{v}
  3. (a+b)vec{u}=avec{u}+bvec{u}
  4. (ab)vec{u}=a(bvec{u})+b(avec{u})

เวกเตอร์ในระบบพิกัดฉาก

หลังจากที่น้อง ๆ ได้รู้จักแล้วว่าเวกเตอร์คืออะไร สามารถเขียนสัญลักษณ์แทนเวกเตอร์ได้แบบไหนแล้ว แต่การจะบรรยายว่าเวกเตอร์นั้นมีขนาดเท่าไร และมีทิศทางไปทางไหนโดยใช้การวาดรูปไปตลอดคงจะไม่ค่อยสะดวกนัก จึงมีวิธีการเขียนเวกเตอร์ให้เข้าใจได้ง่ายอยู่ 2 แบบ คือ

1. การใช้เมทริกซ์ช่วย

2. การใช้เวกเตอร์   vec{i}, vec{j}, vec{k} ช่วย โดยที่เวกเตอร์   vec{i}, vec{j}, vec{k} เป็นเวกเตอร์ขนาดหนึ่งหน่วยที่มีทิศทางตามแกน X, Y, Z ในระบบพิกัดฉากตามลำดับ

ซึ่งวิธีการเขียน 2 แบบนี้มีความแตกต่างกันยังไง พี่มีตัวอย่างให้น้อง ๆ ได้ดู ตามนี้เลย

ตัวอย่างที่ 4

จงเขียนเวกเตอร์ overrightarrow{OP} ที่มีลักษณะดังรูป ในรูปแบบเมทริกซ์ และในรูปแบบเวกเตอร์ vec{i}, vec{j}, vec{k}

เวกเตอร์ในระบบพิกัดฉาก เวกเตอร์ ม.5

วิธีทำ

  • เขียนในรูปแบบเมทริกซ์ overrightarrow{OP}=begin{bmatrix}3\4\5end{bmatrix}
  • เขียนในรูปแบบเวกเตอร์ vec{i}, vec{j}, vec{k}
    overrightarrow{OP}=3vec{i}, 4vec{j}, 5vec{k}

ป.ล. พี่จะขอใช้วิธีการเขียนเวกเตอร์ในรูปแบบเมทริกซ์ในการอธิบายเนื้อหาหลังจากนี้น้า

โดยตัวอย่างข้างต้นเป็นการหาเวกเตอร์ที่มีจุดเริ่มต้นเป็นจุดกำเนิด แต่ถ้าจุดเริ่มต้นไม่ใช่จุดกำเนิดล่ะ จะหาเวกเตอร์ยังไงดี พี่มีตัวอย่างเล็ก ๆ ที่จะให้น้อง ๆ รู้วิธีหาเวกเตอร์จากจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดใด ๆ ได้ ตามนี้เลย

ตัวอย่างที่ 5

จงหาเวกเตอร์ overrightarrow{AB} และ overrightarrow{BA} ที่มีจุด A คือจุด left (3,4 right ) และจุด B คือจุด left (5,1 right )

วิธีทำ

overrightarrow{AB}=begin{bmatrix}5-3\1-4end{bmatrix} =begin{bmatrix}     2\-3end{bmatrix}

ดังนั้น overrightarrow{AB}=begin{bmatrix}     2\-3end{bmatrix}

overrightarrow{BA}=begin{bmatrix}3-5\4-1end{bmatrix} =begin{bmatrix}-2\     3end{bmatrix}

ดังนั้น overrightarrow{BA}=begin{bmatrix}-2\     3end{bmatrix}

ตัวอย่างที่ 6

จงหาเวกเตอร์ overrightarrow{CD} และ overrightarrow{DC} ที่มีจุด C คือจุด left (1,-3,7 right ) และจุด D คือจุด left (-2,-1,2 right )

วิธีทำ

overrightarrow{CD}   =begin{bmatrix}  -2                  -1\   -1       -(-3)\           2                 -7end{bmatrix}   =begin{bmatrix}-3\      2\-5end{bmatrix}

ดังนั้น overrightarrow{CD}=begin{bmatrix}-3\     2\-5end{bmatrix}

overrightarrow{DC}=begin{bmatrix}                1           -(-2)\      -3           -(-1)\            7                      -2end{bmatrix} =begin{bmatrix}      3\-2\      5end{bmatrix}

ดังนั้น overrightarrow{DC}=begin{bmatrix}     3\-2\      5end{bmatrix}

ขนาดของเวกเตอร์ในระบบพิกัดฉาก

การหาขนาดของเวกเตอร์ เราจะใช้ความรู้เดิมจากเรื่องเรขาคณิตวิเคราะห์ นั่นคือ ระยะห่างระหว่างจุดกับจุด เช่น ถ้าอยากหาขนาดของ overrightarrow{AB} เราจะหาระยะห่างระหว่างจุด A กับจุด B และสรุปเป็นขนาดของ overrightarrow{AB} ได้เลย โดยมีสูตรขนาดของเวกเตอร์ดังนี้

กำหนดให้ vec{u}=begin{bmatrix}a\bend{bmatrix} และ vec{v}=begin{bmatrix}a\ b\ cend{bmatrix} จะได้ว่า

ขนาดของ vec{u}=left | vec{u} right |=sqrt{a^{2}+b^{2}}

ขนาดของ vec{v}=left |vec{v} right |=sqrt{a^{2}+b^{2}+c^{2}}

ตัวอย่างที่ 7

จงหาขนาดของ vec{u} โดยที่ vec{u}=begin{bmatrix}      2\ -3\      6end{bmatrix}

วิธีทำ

left | vec{u} right |=sqrt{2^{2}+(-3)^{2}+6^{2}}
=sqrt{4+9+36}
=sqrt{49}
=7

ดังนั้น ขนาดของ vec{u} คือ =7

เวกเตอร์หนึ่งหน่วยในระบบพิกัดฉาก

บทนิยาม

เวกเตอร์ที่มีขนาดหนึ่งหน่วย เรียกว่า เวกเตอร์หนึ่งหน่วย

เวกเตอร์หนึ่งหน่วยในระบบพิกัดฉาก 2 มิติที่สำคัญคือ begin{bmatrix}1\ 0end{bmatrix} เขียนแทนด้วย vec{i} และ begin{bmatrix}0\ 1end{bmatrix} เขียนแทนด้วย vec{j}
ส่วนเวกเตอร์หนึ่งหน่วยที่สำคัญในระบบพิกัดฉาก 3 มิติที่สำคัญ คือ begin{bmatrix}1\ 0\ 0end{bmatrix} เขียนแทนด้วย vec{i} , begin{bmatrix}0\ 1\ 0end{bmatrix} เขียนแทนด้วย vec{j} และ begin{bmatrix}0\ 0\ 1end{bmatrix} เขียนแทนด้วย vec{k}

เนื่องจาก vec{u} ใด ๆ ที่ไม่ใช่เวกเตอร์ศูนย์จะมีขนาดเท่ากับ left |vec{u} right | ดังนั้นเวกเตอร์หนึ่งหน่วยที่มีทิศทางเดียวกับ vec{u} คือ frac{vec{u}}{left |vec{u} right | }

ตัวอย่างที่ 8

จงหาเวกเตอร์หนึ่งหน่วยที่มีทิศทางเดียวกับ begin{bmatrix}-4\     8\ -1end{bmatrix}

วิธีทำ

left | vec{u} right |=sqrt{(-4)^{2}+(8)^{2}+(-1)^{2}}
=sqrt{16+64+1}
=sqrt{81}
=9
frac{vec{u}}{left |vec{u}right |}=frac{1}{9}begin{bmatrix}-4\      8\-1end{bmatrix}

=begin{bmatrix}-frac{4}{9}\\      frac{8}{9}\\-frac{1}{9}end{bmatrix}

ดังนั้น เวกเตอร์หนึ่งหน่วยที่มีทิศทางเดียวกับ begin{bmatrix}-4\      8\-1end{bmatrix} คือ begin{bmatrix}-frac{4}{9}\\      frac{8}{9}\\-frac{1}{9}end{bmatrix}

การดำเนินการของเวกเตอร์

ตัวอย่างที่ 9

กำหนดให้ vec{u}=begin{bmatrix}-3\     5end{bmatrix} และ vec{v}=begin{bmatrix}      4\ -6end{bmatrix} จงหา 2vec{u}-vec{v}

วิธีทำ

2vec{u}-vec{v}=2begin{bmatrix}-3\    5end{bmatrix}-begin{bmatrix}      4\-6end{bmatrix} =begin{bmatrix}-6\  10end{bmatrix}-begin{bmatrix}      4\-6end{bmatrix} =begin{bmatrix}-6         -4\      10  -(-6)end{bmatrix} =begin{bmatrix}-10\      16end{bmatrix}

ดังนั้น 2vec{u}-vec{v}=begin{bmatrix}-10\      16end{bmatrix}

ผลคูณเชิงสเกลาร์

บทนิยาม

ให้ vec{u} และ vec{v} เป็นเวกเตอร์ในระบบพิกัดฉากสองมิติหรือสามมิติ a_{1},a_{2},a_{3},b_{1},b_{2} และ b_{3} เป็นสเกลาร์ ผลคูณเชิงสเกลาร์ของ vec{u} และ vec{v} (อ่านว่า เวกเตอร์ยู ดอท เวกเตอร์วี) กำหนดดังนี้

  1. ถ้า vec{u}=a_{1}vec{i}+a_{2}vec{j} และ vec{v} = b_{1}vec{i}+b_{2}vec{j} เป็นเวกเตอร์ในระบบพิกัดฉากสองมิติ จะได้ vec{u}cdot vec{v}=a_{1}b_{1}+a_{2}b_{2}
  2. ถ้า vec{u}=a_{1}vec{i}+a_{2}vec{j}+a_{3}vec{k} และ vec{v}=b_{1}vec{i}+b_{2}vec{j}+b_{3}vec{k} เป็นเวกเตอร์ในระบบพิกัดฉากสามมิติ
    จะได้ vec{u}cdot vec{v}=a_{1}b_{1}+a_{2}b_{2}+a_{3}b_{3}

ตัวอย่างที่ 10

กำหนดให้ vec{u}=begin{bmatrix}-3\     5end{bmatrix} และ vec{v}=begin{bmatrix}      4\ -6end{bmatrix} จงหา vec{u}cdot vec{v}

วิธีทำ

vec{u}cdot vec{v}=(-3)(4)+(5)(-6)
=(-12)+(-30)
=-42

ดังนั้น vec{u}cdot vec{v}=-42

ซึ่งผลคูณเชิงสเกลาร์มีทฤษฎีบทที่เกี่ยวข้องอยู่ 2 ทฤษฎีบท ดังนี้
ทฤษฎีบท

ให้ vec{u},vec{v} และ vec{w} เป็นเวกเตอร์ใด ๆ ในระบบพิกัดฉากสองมิติหรือสามมิติและ a เป็นสเกลาร์ จะได้ว่า

  1. vec{u}cdot vec{v}=vec{v}cdot vec{u}
  2. vec{u}cdot (vec{v}+vec{w})=left(vec{u}cdotvec{v} right)+left(vec{u}cdotvec{w} right) และ left(vec{u}+vec{v}right)cdot vec{w}=left(vec{u}cdot vec{w} right)+left(vec{v}cdot vec{w} right)
  3. aleft(vec{u}cdot vec{v} right)=left (avec{u}right)cdot vec{v}=vec{u}cdot left (avec{v}right)
  4. vec {0}cdot vec{u}=0
  5. vec {u}cdot vec{u}=left | vec{u} right |^{2}
  6. vec{i}cdot vec{i}=vec {j}cdot vec{j}=vec{k}cdot vec{k}=1 และ vec{i}cdot
    vec {j}=vec{i}cdot vec{k}=vec{j}cdot vec{k}=0

ทฤษฎีบท

ให้ vec{u} และ vec{v} เป็นเวกเตอร์ใด ๆ ที่ไม่ใช่เวกเตอร์ศูนย์ ในระบบพิกัดฉากสองมิติหรือสามมิติและ theta เป็นขนาดของมุมระหว่าง vec{u} และ vec{v} ซึ่ง 0^{circ}leq theta leq 180^{circ} (มุมระหว่างเตอร์ หมายถึงที่ไม่ใช่มุมกลับ ซึ่งมีแขนของมุมเป็นรังสีที่ขนานและมีทิศทางเดียวกับเวกเตอร์ทั้งสอง) จะได้ว่า
vec {u}cdot vec{v}=left | vec{u} right |left | vec{v} right |cos theta

ตัวอย่างที่ 11

จงหาค่าของ vec{u}cdot vec{v} โดยกำหนดให้ขนาดของ vec{u} และ vec{v} เป็น 10 และ 7 ตามลำดับ และมีขนาดของมุมระหว่างเวกเตอร์ทั้งสองเป็น 90^{circ}

วิธีทำ

vec{u}cdot vec{v}=left | vec{u} right |left | vec{v} right |costheta
=(10)(70)cos90^{circ}
=(70)(0)
=0

ดังนั้น vec{u}cdot vec{v}=0

จากตัวอย่างข้างต้น พี่อยากให้น้อง ๆ สังเกตว่า ถ้าเวกเตอร์ทั้งสองตั้งฉากกันหรือทำมุมกัน 90^{circ} จะทำให้ค่าของ vec{u}cdot vec{v} เป็น 0

ทฤษฎีบท

ให้ vec{u} และ vec{v} เป็นเวกเตอร์ใด ๆ ในระบบพิกัดฉากสองมิติหรือสามมิติ จะได้ว่า vec{u} ตั้งฉากกับ vec{v} ก็ต่อเมื่อ vec{u}cdot vec{v}=0

ผลคูณเชิงเวกเตอร์

ในหัวข้อที่แล้วน้อง ๆ ได้รู้จักกับผลคูณเชิงสเกลาร์ซึ่งเกิดจากการคูณระหว่างเวกเตอร์สองเวกเตอร์แล้วได้ผลลัพธ์เป็น
สเกลาร์กันไปแล้ว ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงการคูณระหว่างเวกเตอร์สองเวกเตอร์แล้วได้ผลลัพธ์เป็นเวกเตอร์ดูบ้าง
ดังบทนิยามนี้

บทนิยาม

ผลคูณเชิงเวกเตอร์ของ vec{u} และ vec {v} เขียนแทนด้วย vec{u}timesvec{v}

กำหนดโดย vec{u}times vec{v}= (a_{2}b_{3}-a_{3}b_{2})vec{i}-(a_{1}b_{3}-a_{3}b_{1})vec{j}+(a_{1}b_{2}-a_{2}b_{1})vec{k}
vec{u}timesvec {v} อ่านว่า เวกเตอร์ยู ครอส เวกเตอร์วี

วิธีการหาผลคูณเชิงเวกเตอร์ (การครอสเวกเตอร์)

วิธีการครอสเวกเตอร์

vec{u}timesvec{v}=begin{vmatrix}vec{i}&vec{j}&vec{k}\a_{1}&a_{2}&a_{3}\ b_{1}&b_{2}&b_{3}\end{vmatrix}

=begin{vmatrix}a_{2}&a_{3}\b_{2}&b_{3}end{vmatrix}vec{i}-begin{vmatrix}a_{1}&a_{3}\b_{1}&b_{3}end{vmatrix}vec{j}+begin{vmatrix}a_{1}&a_{2}\b_{1}&b_{2}end{vmatrix}vec{k}

=(a_{2}b_{3}-a_{3}b_{2})vec{i}-(a_{1}b_{3}-a_{3}b_{1})vec{j}+(a_{1}b_{2}-a_{2}b_{1})vec{k}

ตัวอย่างที่ 12
ให้ vec{u}=begin{bmatrix}2\3\0end{bmatrix}  และ vec{v}=begin{bmatrix}1\2\3end{bmatrix}  จงหา vec{u}timesvec{v}

วิธีทำ

vec{u}timesvec{v}=begin{vmatrix}vec{i}::vec{j}::vec{k}\2::3::0\ 1::2::3\end{vmatrix} =begin{vmatrix}3:0\2:3end{vmatrix}vec{i}-begin{vmatrix}2:0\1:3end{vmatrix}vec{j}+begin{vmatrix}2:3\1:2end{vmatrix}vec{k}+ =(9-0)vec{i}-(6-0)vec{j}+(4-3)vec{k} =9vec{i}-6vec{j}+vec{k}

ทีนี้มาดูหน้าตาของเวกเตอร์ที่ได้จากการ “ครอส” กันเถอะ !!

ลักษณะของผลลัพธ์ของผลคูณเชิงเวกเตอร์

เราสามารถแสดงทิศทางของ vec{u}timesvec{v}  โดยใช้กฎของมือขวาได้ดังรูป

ลักษณะของผลลัพธ์ของผลคูณเชิงเวกเตอร์ ใน เวกเตอร์ ม.5

และสามารถแสดงทิศทางของ vec{v}timesvec{u}  โดยใช้กฎของมือขวาได้ดังรูป

ตัวอย่างการแสดงทิศทางของเวกเตอร์ด้วยกฎมือขวา ใน เวกเตอร์ ม.5

จะสังเกตได้ว่า เมื่อ vec{u} และ vec{v} เป็นเวกเตอร์ที่ไม่ขนานกัน จะได้ว่าทั้ง

vec{u}timesvec{v}  และ vec{v}timesvec{u} เป็นเวกเตอร์ที่ตั้งฉากกับระนาบของ vec{u} และ vec{v} และทั้งสองมีทิศทางตรงกันข้ามกัน

จึงสรุปได้ว่า vec{u}timesvec{v}=-(vec{v}timesvec{u}) หรือก็คือเป็นนิเสธของกันและกันนั่นเอง

สมบัติต่าง ๆ ของผลคูณเชิงเวกเตอร์

ทฤษฎีบท

ให้ vec{u}, vec{v} และ vec{w} เป็นเวกเตอร์ใด ๆ ในระบบพิกัดฉากสามมิติ และ a เป็นจํานวนจริงใด ๆ b

1. vec{u}timesvec{v}=-(vec{v}timesvec{u})

2. (vec{u}+vec{v})timesvec {w}=(vec{u}timesvec {w})+(vec{v}timesvec{w})

3. vec{u}times(vec{v}+vec{w})=(vec{u}timesvec{v})+(vec{u}timesvec{w})

4.  vec{u}times (avec{v})=a(vec{u}timesvec{v})

5. (avec{u})times (vec{v})=a(vec{u}timesvec{v})

6. vec{u}timesvec{u} =vec{0}

เวกเตอร์ที่นำมาครอสกันจะมีทิศทางตั้งฉาก ใน เวกเตอร์ ม.5

น้อง ๆ ได้รู้จักหน้าตาและทิศทางของผลคูณเชิงเวกเตอร์กันแล้ว คราวนี้เหลือขนาดของผลคูณเชิงเวกเตอร์ที่เรายังไม่รู้ ไปดูกันดีกว่าว่าเราจะหาขนาดของผลคูณเชิงเวกเตอร์ได้ยังไง

ทฤษฎีบท

ให้ vec{u} และ vec{v} เป็นเวกเตอร์ใด ๆ ในระบบพิกัดฉากสามมิติ จะได้ว่า vec{u}timesvec{v}  เป็นเวกเตอร์ที่ตั้งฉากกับ vec{u} และ vec{v}

และมีขนาดเป็น left | vec{u}times vec{v} right |=left |vec{u} right |left |vec{v} right |sin theta

เมื่อ theta เป็นขนาดของมุมระหว่าง vec{u} และ vec{v} โดยที่

0^{circ }leq thetaleq 180^{circ }

ตัวอย่างที่ 13

ให้ vec{u}=begin{bmatrix}1\2\0end{bmatrix}  และ vec{v}=begin{bmatrix}1\1\-2end{bmatrix}   จงหาค่าของ sin theta เมื่อ theta เป็นขนาดของมุมระหว่าง vec{u} และ vec{v}

วิธีทำ

vec{u}timesvec{v}=begin{vmatrix}vec{i}&vec{j}&vec{k}\1&2&0\ 1&1&-2\end{vmatrix} =begin{vmatrix}2&0\1&-2end{vmatrix}vec{i}-begin{vmatrix}1&0\1&-2end{vmatrix}vec{j}+begin{vmatrix}1&2\1&1end{vmatrix}vec{k} =(-4-0)vec{i}-(-2-0)vec{j}+(1-2)vec{k} =-4vec{i}+2vec{j}-vec{k}

left |vec{u}timesvec{v}right|=sqrt{(-4)^{2}+(2)^{2}+(-1)^{2}}=sqrt{21}
left |vec{u}right|=sqrt{1^{2}+2^{2}+0^{2}}=sqrt{5}
left |vec{v}right|=sqrt{1^{2}+1^{2}+(-2)^{2}}=sqrt{6}

เนื่องจาก left |vec{u}right|neq0,left |vec{v}right|neq0 และ left |vec{u}timesvec{v}right|=left |vec{u}right|left |vec{v}right|sintheta

จะได้ว่า sintheta=frac{left |vec{u}timesvec{v}right|}{left |vec{u}right|left |vec{v}right|}

ดังนั้น sintheta=frac{sqrt{21}}{sqrt{5}sqrt{6}}=sqrt{frac{21}{30}}=sqrt{frac{7}{10}}=frac{sqrt{70}}{10}

การหาพื้นที่และปริมาตร

การใช้เวกเตอร์ในการหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน

ก่อนอื่น ขอทบทวนเรื่องตรีโกณมิติกันนิดนึงน้า ถ้าเรามีรูปสามเหลี่ยมมุมฉากที่มุมหนึ่งมีขนาด theta และด้านตรงข้ามมุมฉากยาว a  เราจะได้ว่าด้านประชิดมุมและด้านตรงข้ามมุมจะมีความยาวเป็น acos theta   และ asintheta  ดังรูป

การหาพื้นที่และปริมาตรเวกเตอร์ ใน เวกเตอร์ ม.5

เนื่องจาก ขนาดของเวกเตอร์สามารถแทนด้วยความยาวของเวกเตอร์ในรูปของลูกศรได้ แสดงว่า เราสามารถนำความยาวดังกล่าวมาใช้ในการหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานได้ ว่าแต่เราจะประยุกต์ยังไง น้อง ๆ ไปดูกันเลย

กำหนดรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน ABCD

ให้ vec{u}=overrightarrow{AB},vec{v}=overrightarrow {AD}  และ theta เป็นขนาดของมุมระหว่าง vec{u}  และ vec{v}
สิ่งที่เราต้องการคือพื้นที่ของสี่เหลี่ยมด้านขนาน ซึ่งมีสูตรว่า ฐาน times  สูง

โจทย์กำหนดเวกเตอร์มาให้เพียงอย่างเดียว เราต้องนำเวกเตอร์ที่มีไปหาขนาดก่อนเพื่อไปหาความยาวของด้านต่าง ๆ ต่อได้ โดยเราจะได้ว่าความยาวของฐานสี่เหลี่ยมด้านขนานเท่ากับ left |vec{u} right | ส่วนความสูงของสี่เหลี่ยมนั้น จากความรู้ตรีโกณมิติที่ทบทวนไปข้างต้นก็จะได้ว่าความสูงของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนานเท่ากับ left |vec{v} right |sin theta  ดังรูป

การหาสี่เหลี่ยมด้านขนานในเวกเตอร์ ใน เวกเตอร์ ม.5

จึงสรุปได้ว่า left |vec{u} right |left |vec{v} right |sin theta เป็นพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน

แต่เนื่องจาก left | vec{u}times vec{v} right |=left |vec{u} right |left |vec{v} right |sin theta

ดังนั้น left | vec{u}times vec{v} right |  จึงเป็นพื้นที่ของสี่เหลี่ยมด้านขนานดังกล่าวด้วย

ตัวอย่างที่ 14

จงหาพื้นที่ของรูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน ABCD  เมื่อ overrightarrow{AB}=2vec{i}+vec{j}+5vec{k}  และ overrightarrow{AD}=-vec{i}+2vec{j}+3vec{k}

วิธีทำ พื้นที่สี่เหลี่ยมด้านขนาน ABCD เท่ากับ left |vec{AB}right |times left |vec{AD}right | เนื่องจาก

vec{AB}timesvec{AD}=begin{vmatrix}vec{i}&vec{j}&vec{k}\2&1&5\-1&2&3\end{vmatrix} =begin{vmatrix}1&5\2&3end{vmatrix}vec{i}-begin{vmatrix}2&5\-1&3end{vmatrix}vec{j}+begin{vmatrix}2&1\-1&2end{vmatrix}vec{k} =(3-10)vec{i}-(6-(-5))vec{j}+(4-(-1))vec{k} =-7vec{i}-11vec{j}+5vec{k}

จะได้ left |vec{AB}timesvec{AD}right |=sqrt{(-7)^{2}+(11)^{2}+(5)^{2}}=sqrt{195}

ดังนั้น รูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน ABCD มีพื้นที่ sqrt{195} ตารางหน่วย

การใช้เวกเตอร์ในการหาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน

กำหนดทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน ABCDEFGH   ให้ vec{u}=overrightarrow{AB},vec{v}=overrightarrow{AD},vec{w}=overrightarrow{AF} และ theta เป็นขนาดของมุมระหว่าง vec{u}  และ vec{v}times vec{w} ในที่นี้จะพิจารณารูปสี่เหลี่ยมด้านขนาน ADEF  เป็นฐาน และ h เป็นความสูง จะได้ว่า h=left | vec{u} right |left |cos thetaright |  ดังรูป

การใช้เวกเตอร์ในการหาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน ใน เวกเตอร์ ม.5

จากสูตรการหาปริมาตรทางสี่เหลี่ยมขนานนั่นคือ พื้นที่ฐาน x สูง

ดังนั้น ปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมขนานเท่ากับ left |vec{v}timesvec{w}right |left |vec{u} right |left | costheta right |=|left |vec{u} right |left |vec{v}timesvec{w}right |left | costheta right |

เนื่องจาก vec{u}cdotvec{v}=left |vec{u} right |left |vec{v} right |costheta จึงได้ left |vec{u}cdot(vec{v}timesvec{w})right | (ที่มีการใส่เครื่องหมายค่าสัมบูรณ์ left |... right | ครอบไว้ทั้งหมด เพราะปริมาตรไม่สามารถเป็นจำนวนจริงลบได้)

ตัวอย่างที่ 15

จงหาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน ABCDEFGH  โดยที่ overrightarrow{AB}=vec{u}=vec{i}+2vec{k},overrightarrow{AD}=vec{v}=2vec{j}+vec{k}  และ overrightarrow{AF}=vec{w}=vec{i}+2vec{j}

วิธีทำ เนื่องจากปริมาตรทรงสี่เหลี่ยมด้านขนานเท่ากับ left |vec{u}cdot(vec{v}timesvec{w})right |

vec{u}timesvec{w}=begin{vmatrix}vec{i}&vec{j}&vec{k}\0&2&1\ 1&2&0\end{vmatrix} =begin{vmatrix}2&1\2&0end{vmatrix}vec{i}-begin{vmatrix}0&1\1&0end{vmatrix}vec{j}+begin{vmatrix}0&2\1&2end{vmatrix}vec{k} =(0-2)vec{i}-(0-1)vec{j}+(0-2)vec{k} =-2vec{i}+vec{j}-2vec{k}

จะได้ left |vec{u}cdot(vec{v}timesvec{w})right|=left |(vec{i}+2vec{k})cdot(-2vec{i}+vec{j}-2vec{k})right |

=left | (1)(-2)+(0)(1)+(2)(-2)right |=left |-2-4 right |=6

ดังนั้น ปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมด้านขนาน ABCDEFGH เท่ากับ 6 ลูกบาศก์หน่วย

ดูคลิปติวเรื่อง เวกเตอร์

รวมคลิปติว เวกเตอร์ ม.5

เวกเตอร์ (ปูพื้นฐาน) – 1

เวกเตอร์ (ปูพื้นฐาน) – 2

ติดตามคลิปติวฟรีอื่น ๆ จากพี่ปั้น ได้ทาง YouTube Channel : SmartMathPro

อ่านมาจนถึงตรงนี้ พี่่ว่าน้อง ๆ น่าจะพอเห็นภาพรวมเนื้อหาบท เวกตอร์ ม.5 กันบ้างแล้ว ซึ่งนอกจากการอ่านสรุปและลองทำโจทย์ตามตัวอย่างที่พี่ยกมาข้างต้น พี่ก็แนะนำให้ทุกคนลองทำแบบฝึกหัดบทเวกเตอร์เพิ่มเติมด้วยน้าา เราจะได้เข้าใจเนื้อหามากขึ้น พร้อมลุยกับการสอบทั้งกลางภาคและปลายภาคนั่นเองง

แต่ถ้าใครฝึกทำโจทย์เองแล้ว ยังคงมีจุดที่ไม่เข้าใจอยู่ อยากได้คนช่วยไกด์เรื่องเนื้อหาและฝึกทำโจทย์บทเวกเตอร์ รวมถึงเนื้อหาคณิตศาสตร์ ม.ปลาย บทอื่น ๆ ด้วยพี่ขอแนะนำคอร์สติวคณิตศาสตร์ ม.4 – 6 แบบบุฟเฟต์สำหรับเสริมเกรด จาก SmartMathPro เลยย สมัครครั้งเดียวคุ้มมากกเรียนได้จนจบ ม.6 พร้อมส่วนลดสูงสุด 35%

โดยในคอร์ส พี่ปูพื้นฐานละเอียด เจาะลึกเฉพาะบท อิงตามหลักสูตร สสวท. ใครพื้นฐานไม่ดีก็เรียนได้สบายมากใครสนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมก็ คลิก ได้เลย